Time Server ทำงานอย่างไร? ทำไมต้องใช้ดาวเทียม GPS?

Time Server ทำงานอย่างไรนั้น สำหรับการการอ้างอิงสัญญาณนาฬิกาจากเครื่องแม่ข่าย Clock Synchronization Server นั้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัว NTP Server (Network Time Protocol) หรือ Master Clock นั่น จะมีระดับการอ้างอิงเวลาอยู่ที่ Stratum 1 ซึ่งเทียบเวลามาจากสัญญาณดาวเทียมนำร่องในระบบต่างๆ GNSS (Global Navigation Satellite System) ซึ่งในประเทศไทย จะนิยมอ้างอิงอยู่ 2 ระบบคือ GPS (Global Positioning System) ของอเมริกา และ GLONASS (Globalnaya navigatsionnaya sputnikovaya sistema ) ซึงเป็นของรัสเซีย นอกจาก 2 ระบบนี้ ก็ยังมี GALIELO, BEIDOU ที่เป็นระบบดาวเทียมนำร่องบนโลกนี้ โดยตัวรับสัญญาณดาวเทียมที่ว่านี้ เราจะเรียกว่าสายอากาศ หรือ Antenna […]

NTP Server Stratum คืออะไร?

NTP Server Stratum คือ ระบบการอ้างอิงเวลาเป็นลำดับชั้น ใช้ในโปรโตคอล  NTP โดยระบบ Stratum จะมีระดับ Level ตั้งแต่ 0-15 level ซึ่งมีโครงสร้างเป็นแบบต้นไม้ Tree organization  เราสามารถยกตัวอย่างของการอ้างอิงเวลาแบบ Stratum ได้ดังตัวอย่างดังรูปด้านล่าง ลำดับการอิงเวลาจะเริ่มจาก Stratum 0 ลงมา โดยตัว NTP Server ของ Elpproma ทุกรุ่น เช่น NTS-3000, NTS-4000, NTS-5000 จะทำหน้าที่เป็น Stratum 1 โดยจะเป็นตัว Server ให้แก่ Client ซึ่งอยู่ใน Stratum 2 และถ้า Client ที่อยู๋ใน Stratum 2 ทำหน้าที่เป็น NTP Server เพื่ออ้างอิงเวลาต่อ ก็จะมีระดับเป็น Stratum […]

NTP Server คืออะไร?

Time server, NTP Server,  Master clock หรือ Clock Synchronization Server คือ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ทำหน้าที่เฉพาะด้าน ในการเปรียบเทียบเวลา หรือเป็นตัวอ้างอิงเวลามาตรฐานที่ได้จากอุปกรณ์ที่มีความเที่ยงตรงสูงกว่าไปยังอุปกรณ์ที่มีความเที่ยงตรงต่ำกว่า ซึ่งในที่นี้เรามองเป็นเป็น Stratum โดยลำดับของ Stratum ที่สูงที่สุดจะใช้ตัว OSC Oscillator หรือตัวกำเนิดสัญญาณนาฬิกาที่เป็น Cesium เป็นตัวอ้างอิง โดยเราจะเรียกอุปกรณ์นี้ว่า Stratum 0 Time server, NTP Server,  Master clock นั้นสามารถนำไปใช้งานในระบบต่างๆ ได้หลากหลายอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีการอ้างอิง หรือใช้ค่าเวลามาตรฐานที่มีความเที่ยงตรงและสามารถสอบย้อนกลับได้ ซึ่งโดยทั่วๆ ไปแล้วในชีวิตประจำวัน เราจะใช้เวลาในระบบ UTC (Coordinated universal Time) เป็นเวลาที่ใช้ในการอ้างอิงกัน ซึ่งตัวอย่างระบบที่ใช้ NTP Server ที่รับสัญญาณจากระบบดาวเทียม GPS, GLONASS หรือ GALILEO ในการอ้างอิงเวลานั้นได้แก่ Data Communication […]

ตีแผ่มาตรฐานการสื่อสารไร้สาย IEEE802 และ WSN

จากก่อนหน้านี้ที่เราเคยแนะนำตัวเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย หรือ Wireless Sensor Network (WSN) ไปในหัวข้อ Wireless Sensor Network (WSN) แต่ละโหนดทำหน้าที่อะไร ? ซึ่งคุณคงสงสัยว่าเครือข่าย wsn นั้นอยู่ภายใต้มาตรฐานอะไร วันนี้เราจะมาดูกัน ในปัจจุบันเครือข่ายไร้สายมีการประยุกต์ใช้งานกันมากขึ้น และมีการแบ่งแยกกลุ่มงานวิจัยและพัฒนาออกไปเป็นแต่ละด้านโดยถ้าอ้างอิงตามมาตรฐาน IEEE802 แล้ว สามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้ดังนี้

Wireless Sensor Network (WSN) แต่ละโหนดทำหน้าที่อะไร ?

ปัจจุบันระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายหรือ Wireless Sensor Network (WSN) ได้มีการกล่าวถึงในวงการวิจัยมากขึ้น อีกทั้งยังมีการนำเอา WSN มาประยุกต์ใช้งานจริงในภาคส่วนต่างๆ เช่น ทางด้านการทหาร ได้มีการนำใช้ตรวจจับการสั่นสะเทือนเมื่อมีการโจมตีด้วยอาวุธหนักภายในอาณาเขตที่ได้ติดตั้งเซนเซอร์ไว้ หรือตรวจจับการเคลื่อนพลของฝ่ายตรงข้ามที่ผ่านเข้ามาในบริเวณที่กำหนดไว้ ทางด้านธรณีวิทยา ได้มีการนำมาใช้ในการติดตั้งตัวเซนเซอร์ไว้ที่ปากปล่องภูเขาไฟ เพื่อตรวจสอบการสั่นสะเทือน ก่อนที่จะเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ แม้กระทั้งทางการสำรวจมหาสมุทร ก็ได้มีการติดตั้งเซนเซอร์ เพื่อตรวจสอบตัวแปรทางด้านฟิสิกส์ต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความดัน ที่ระดับความลึกต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อการนำเอาข้อมูลทางฟิสิกส์ต่างๆ ที่ได้จากการตรวจจับ หรือตรวจวัด จากเครือข่ายเซ็นเซอร์มาประมวลผลวิเคราะห์ที่ส่วนกลาง หรือใช้เป็นข้อมูลทางสถิตเพื่อแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจ ดังนั้น จากตัวอย่างที่ยกมาจะเห็นได้ว่า บริเวณต่างๆ ที่มีการติดตั้งเครือข่ายเซ็นเซอร์นั้น จะเป็นพื้นที่ ที่มีสภาพภูมิศาสตร์ไม่เหมาะกับการเดินสายไฟเพื่อสื่อสารกันระหว่างตัวเซนเซอร์ หรือตัวเซนเซอร์กับศูนย์กลางการเก็บข้อมูล ดังนั้น WSN จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการประยุกต์ใช้งานเหล่านี้ ในระบบ WSN ที่ถูกติดตั้งนั้นโดยปกติจะประกอบไปด้วยโหนดอยู่ 3 โหนด คือเซนเซอร์โหนด เพื่อใช้เป็นตัวรับอินพุตจากตัวเซนเซอร์หรือทรานสดิวเซอร์ชนิดต่างๆ เช่น เทอร์โมคัปเปิ้ล อาร์ทีดี สำหรับการตรวจวัดอุณหภูมิ สเตรนเกจ สำหรับการตรวจจับความเครียด ความเค้นในวัตถุ และสามารถใช้เป็นตัวสั่งเอาต์พุต เพื่อไปควบคุมอุปกรณ์ทางไฟฟ้า […]

สัมมนาการใช้งานภาพถ่ายความร้อนชั้นสูง

ทาง เทคซอร์ส กรุ๊ป ได้เข้าร่วมสัมมนาการใช้งานกล้องถ่ายภาพความร้อน Thermal Cameras แบบชั้นสูง ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone จากค่าย DJI ร่วมกับตัวกล้องถ่ายภาพความร้อน Thermal Camera ระดับมืออาชีพของ CorDEX และอุปกรณ์ช่วยในการถ่ายภาพป้องกันการสั่นไหว Camera Stabilizer ซึ่งจะใช้งานในการวิเคราะห์ภาพถ่ายความร้อนทางอากาศ เหมาะสำหรับงานวางแผนซ่อมบำรุง Preventive Maintenance ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นมุมต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างอย่างใช้งานกล้องถ่ายภาพความร้อน Thermal Camera Application ในงานนี้ได้แก่ การวิเคราะห์ภาพถ่ายมุมสูงของแผงพลังงงานแสงอาทิตย์ Solar Farm, การซ่อมบำรุง หรือตรวจสอบความเสียหายของระบบสายส่งของการไฟฟ้า หรืออุปกรณ์แรงสูงต่างๆ ซึ่งในการทำงานลักษณะนี้ผู้ที่บังคับอากาศยานไร้คนขับหรือ Drone นั้น จะต้องได้รับใบรับรองมาตรฐานต่างๆ จึงจะสามารถนำ Drone ขึ้นบินได้ หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อทางทีมงาน เทคซอร์ส กรุ๊ป เข้ามาได้